Let’s Go Kamen Riders – มิตรแห่งความยุติธรรม การเดินทางย้อนกาลเวลาไป 40 ปี เพื่อพบกับองค์กรช็อคเกอร์อีกครั้งและแก้ปมประวัติศาสตร์

April 10th, 2013

Kamen Riders

ตัวภาพยนตร์เปิดเหตุการณ์ได้น่ารับชมอย่างมาก กับการให้เหตุผลของการปรากฎตัวของเหล่าไรเดอร์ในอดีตด้วยการย้อนเวลา ด้วยความสลับซับซ้อนแต่ไม่ยากในการทำความเข้าใจ ทำให้ครึ่งเรื่องแรกของภาพยนตร์เต็มไปด้วยความสนุกเพลิดเพลินอย่างมาก ปริศนาต่างๆ ในเรื่องทำให้เราอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วผลจะลงเอยอย่างไร แต่ทว่าหลังจากเหตุการณ์ได้ดำเนินไปถึงช่วงสุดท้าย จากภาพยนตร์ที่น่าติดตามด้วยเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกลับต้องมาสะดุดลง จากการสร้างสภาวการณ์อันเลวร้ายที่เหล่าตัวเอกต้องเผชิญแต่กลับหาทางออกให้ กับเรื่องแบบตื้นๆ ที่ดูเป็นการอวยเหล่าไรเดอร์แบบการจงใจมากเกินไป รวมไปถึงศัตรูตัวสุดท้ายที่เปิดมาแบบยิ่งใหญ่อลังการแต่กลับมีภาวะไม่ต่าง จากกระสอบทราย แต่หากพิจารณาว่า Let’s Go Kamen Riders คือภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวาระแห่งการเฉลิมฉลอง 40 ปี แห่งการผดุงความถูกต้องของเหล่าวีรบุรุษสวมหน้ากาก ซึ่งที่ปรากฎในช่วงท้ายของภาพยนตร์ก็เป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจและมองข้ามความ บกพร่องของเหตุการณ์ไปได้

กลเม็ดของภาพยนตร์ Let’s Go Kamen Riders ก็คือเราจะได้เจอะไรเดอร์คนแรกจนถึงคนล่าสุดในฉากเดียวกัน ซึ่งนับเป็นฉากที่มีพลังพอๆ กับการรวมตัวของเหล่า The Avengers เลยทีเดียวและเผลอๆ จะมากกว่าด้วยซ้ำ การขจัดเหล่าสัตว์ประหลาดของไรเดอร์โอส (Kamen Rider OOO) ซึ่งไม่ใช่ยัมมี่ (สัตว์ประหลาดที่เกิดจากเหรียญ) แต่เป็นอิมาจิน (สัตว์ประหลาดที่ทำสัญญาคนและย้อนกลับไปยังอดีต) ทำให้พบกับ ไรเดอร์นิวเดนโอ ที่นั่งรถไฟกาลเวลามาเพื่อจัดการเหล่าอิมาจิน ซึ่งได้พบความแปลกประหลาดเมื่อเด็กที่ถูกอิมาจินเข้าไปยังอดีต มีความทรงจำของเมื่อ 40 ปีที่แล้วอยู่ ไรเดอร์โอสและนิวเดนโอจึงเดินทางไปจัดการเหล่าอิมาจินจนเรียบร้อย แต่เมื่อไรเดอร์โอสกลับมายังช่วงปัจจุบันพบว่าโลกได้เปลี่ยนไป เมื่อองค์กรช็อคเกอร์ได้ยึดครองโลกไว้ จาการสืบข่าวคราวทำให้รู้ว่าเมื่อ 40 ปี ก่อนองค์กรช็อคเกอร์ได้เก็บเมดัลได้เหรียญหนึ่งจนนำไปสร้างเป็น กรีดช็อคเกอร์ ที่มีความชั่วร้ายจนสามารถเข้ายึดครองและจับไรเดอร์ 1 และ 2 ไปล้างสมองและถือครองโลกได้สำเร็จ ไรเดอร์โอสและนิวเดนโอจึงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปี ก่อนอีกคราเพื่อเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง

jack the giant slayer แจ็คผู้สยบยักษ์ เนื้อเรื่องจากนิทานสุดคลาสสิค ที่คลุกเคล้าคลุกเคล้าระหว่าง Jack and the Beanstalk และ Jack the Giant Killer พร้อมเติมสีสันจินตนาการลงไปเพิ่มเติมมากล้น

April 10th, 2013

jack the giant

เรื่องราวตำนานเก่าแก่ของต้นถั่วยักษ์และมงกุฎ การสู้รบระหว่างยักษ์และมนุษย์ ความกลมกลืนแบบมีนัยยะระหว่างแจ็คและองค์หญิงอิซาเบลที่ทำให้เรารู้ว่า ทั้งคู่เป็น Soul Mate ของกันและกัน ซึ่งจุดนี้ถ่ายทอดออกมาได้ดีเลิศ ทั้งรวบรัดและใช้เวลาไม่มาก ภาพยนตร์เล่นประเด็นเรื่องความจริงกับตำนานที่ผ่านเวลาจนเป็นเรื่องเก่าแก่ ด้วยการถ่ายทอดภาพในช่วงปูเรื่องในตอนต้นแบบการ์ตูนที่ทำให้รู้สึกว่าเรื่อง ราวเป็นนิทานมากยิ่งขึ้น ซึ่งพอหลังจากเรื่องราวได้เผยต้นถั่วสูงเสียดฟ้าและอาณาจักรยักษ์ที่เหล่า ตัวแสดงได้เผชิญ จึงทำให้เรารู้สึกเหมือนดั่งตัวแสดงว่าเรื่องเก่าแก่หรือตำนานสืบต่อกันมานั้น คือเรื่องจริง ซึ่งประเด็นเรื่องเกร็ดกับความเป็นจริงยังถูกนำมาใช้อีกครากับจุดจบที่ทำ ออกมาได้เก๋ไก๋ทีเดียว ด้วยการให้ข้อมูลทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นการปูรากฐานที่ดี ทำให้หลังจากนั้นเราสามารถติดตามเหตุการณ์ในแบบที่ไม่รู้สึกติดขัดหรือเกิด ปัญหาอะไรที่รู้สึกว่าเป็นปัญหา และภาพยนตร์ก็ไม่หลุดจากแนวเรื่องที่ปูไว้แต่ต้น ซึ่งวิธีการนี้อาจจะมีผลเสียบ้างอยู่ตรงที่มันไม่มีอะไรประหลาดใจหักมุมให้ ผู้ชมได้สงสัย แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันจำเจจนเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตัวภาพยนตร์ และจะว่าไปมันดูสนุกเพลิดเพลินมากกว่าที่คิดด้วยซ้ำ เป็นความบันเทิงแบบตรงไปตรงมาที่ทำออกมาได้ดี กับการนำเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่ต่างรู้จัก มาปรับเปลี่ยนตีความเหตุการณ์ใหม่และยังสามารถทำให้เราครื้นเครงไปกับเรื่องราว ได้อยู่ แม้ว่าจะไม่ถึงกับเซอร์ไพรซ์อะไรมากมายก็ตาม

กำกับโดยผู้กำกับ X-Men ไบรอัน ซิงเกอร์ เล่าเหตุการณ์ของ แจ็ค (นิโคลัส โฮลท์) เจ้านายากจนในชนบท ที่ดวงทำให้เขาได้กับเจ้าหญิงอิซาเบล (เอเลียนอร์ ทอมลินสัน) ผู้สูงศักดิ์และได้ถั่ววิเศษโดยบังเอิญ และด้วยความไม่คาดฝันอีกเช่นกันที่ทำให้ถั่ววิเศษงอกออกมาขยายใหญ่ส่งเจ้าหญิง ขึ้นสู่ฟากฟ้า แจ็ค, เแอลมอนท์ (ยวน แม็กเครเกอร์) ราชองค์รักษ์ของพระราชอาณาจักร ลอร์ดร็อตเดอริค (สแตนลี่ ทุชซี่) และนักรบหาญจำนวนหนึ่งอาสาปีนขึ้นต้นถั่วยักษ์เพื่อนำองค์หญิงกลับมา แต่เมื่อเข้าขึ้นไปสุดทางกลับพบว่าข้างบนมีอาณาจักรของยักษ์ตั้งอยู่

Subscribe to RSS feed